ISO 9001 เป็นหนึ่งในมาตรฐานที่ช่วยสะท้อนว่าบริษัทมีระบบบริหารคุณภาพที่เป็นขั้นตอน ตรวจสอบและพัฒนาได้ ส่วน ISO 14001 เน้นการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม และ ISO 45001 เน้นอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับองค์กรที่กำลังเลือกบริษัทรักษาความปลอดภัย การมีมาตรฐานเหล่านี้จึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ควรพิจารณาร่วมกับคุณภาพบุคลากร ระบบควบคุมงาน การอบรม และความสามารถในการดูแลหน้างานจริง
ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001 ต่างกันอย่างไร?
มาตรฐานทั้ง 3 ระบบมีเป้าหมายต่างกัน แต่สามารถทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้องค์กรมีแนวทางบริหารจัดการที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจบริการที่ต้องควบคุมทั้งคน กระบวนการ และความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน
ISO 9001 ระบบบริหารคุณภาพ
ISO 9001 คือมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพที่ให้ความสำคัญกับการจัดการกระบวนการ การตอบสนองความต้องการของลูกค้า การติดตามผล และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง สามารถใช้ได้กับองค์กรทุกขนาดและทุกประเภทธุรกิจ
เมื่อนำมาใช้กับงานรักษาความปลอดภัย สิ่งที่องค์กรผู้ว่าจ้างควรมองหา ได้แก่
- มีขั้นตอนการทำงานและความรับผิดชอบที่ชัดเจน
- มีการควบคุมคุณภาพและประเมินผลการให้บริการ
- มีระบบรับแจ้งและแก้ไขปัญหา
- มีการเก็บข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนาการทำงาน
- มีแนวทางบริหารบุคลากรและการให้บริการอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นการมี ISO 9001 ไม่ได้หมายถึงการรับประกันว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น แต่ช่วยสะท้อนว่าบริษัทมีระบบสำหรับควบคุม ตรวจสอบ และปรับปรุงคุณภาพงานอย่างเป็นรูปธรรม
ISO 14001 ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
ISO 14001 เป็นมาตรฐานด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ช่วยให้องค์กรกำหนดแนวทางในการจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ปัจจุบัน ISO 14001:2026 เป็นฉบับล่าสุดของมาตรฐานดังกล่าว
สำหรับบริษัทที่ให้บริการดูแลอาคารหลายประเภท มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมมีความเกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากร การจัดการของเสีย การใช้วัสดุหรือสารต่าง ๆ และการควบคุมกิจกรรมที่อาจส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม
ISO 45001 ระบบอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
ISO 45001 มุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ตั้งแต่การประเมินอันตราย การควบคุมความเสี่ยง ไปจนถึงการเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน
เรื่องนี้มีความสำคัญกับงาน รปภ. เพราะเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่จริง ทั้งอาคารสำนักงาน โรงงาน คอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงแตกต่างกัน การมีระบบบริหารความปลอดภัยจึงช่วยให้การกำหนดวิธีปฏิบัติงานมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น
ทำไม ISO จึงสำคัญต่อการเลือกบริษัทรักษาความปลอดภัย
งานรักษาความปลอดภัยไม่ได้มีเพียงการจัดเจ้าหน้าที่เข้าประจำจุด แต่ต้องอาศัยระบบเบื้องหลัง ตั้งแต่การคัดเลือกคน การอบรม การจัดตาราง การตรวจหน่วย การรายงานเหตุ ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน สำหรับองค์กรที่กำลังเลือกบริการ รปภ. มาตรฐาน ISO จึงช่วยเป็นหนึ่งในตัวกรองเบื้องต้นว่าผู้ให้บริการมีระบบบริหารจัดการที่ตรวจสอบได้หรือไม่
โดยควรพิจารณาใน 3 มิติหลัก
- คุณภาพงาน: ISO 9001 ช่วยสะท้อนแนวทางควบคุมกระบวนการและการพัฒนาคุณภาพบริการ
- ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: ISO 14001 แสดงถึงการมีระบบจัดการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม
- ความปลอดภัยในการทำงาน: ISO 45001 ให้ความสำคัญกับการป้องกันอันตรายและการจัดการความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงาน
สำหรับองค์กรที่มีข้อกำหนดด้านผู้รับเหมา ความปลอดภัย หรือระบบบริหารคุณภาพ การเลือกบริษัทที่มีมาตรฐานเหล่านี้ยังช่วยให้การประเมิน Supplier หรือ Outsource มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ชัดเจนขึ้น
เลือกบริษัท รปภ. อย่าดู ISO เพียงอย่างเดียว
แม้ ISO 9001 และมาตรฐานอื่นจะเป็นสัญญาณที่ดี แต่ก่อนทำสัญญาควรตรวจสอบคุณภาพการทำงานจริงควบคู่กัน เพราะใบรับรองมาตรฐานเป็นเรื่องของระบบบริหาร ไม่ใช่สิ่งที่รับประกันผลลัพธ์ของเจ้าหน้าที่แต่ละคนโดยอัตโนมัติ สิ่งที่ควรถามผู้ให้บริการเพิ่มเติม ได้แก่
- เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผ่านการคัดเลือกและอบรมอย่างไร
- มีหัวหน้าชุดหรือสายตรวจเข้าตรวจหน่วยงานหรือไม่
- สามารถตรวจสอบการเข้าเวรและการลาดตระเวนได้อย่างไร
- เมื่อพนักงานขาด ลา หรือมีเหตุฉุกเฉิน มีระบบจัดกำลังทดแทนอย่างไร
- มีรายงานผลหรือหลักฐานการปฏิบัติงานให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบหรือไม่
- ขอบเขตของใบรับรอง ISO ครอบคลุมกิจกรรมหรือบริการใดบ้าง
Butler Services ระบุบนเว็บไซต์ว่าเจ้าหน้าที่ รปภ. ผ่านการคัดเลือกและฝึกอบรมตามหลักสูตร พร้อมใช้ระบบ B-Check ช่วยตรวจสอบการลาดตระเวน จุดตรวจ ภาพถ่าย และการรายงานเหตุ เพื่อให้ผู้ว่าจ้างสามารถติดตามข้อมูลการปฏิบัติงานได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ISO 9001
ISO 9001 สำคัญกับบริษัทรักษาความปลอดภัยอย่างไร?
ISO 9001 ช่วยวางกรอบการบริหารคุณภาพ ตั้งแต่การกำหนดกระบวนการ ความรับผิดชอบ การประเมินผล ไปจนถึงการปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง สำหรับบริษัท รปภ. จึงเกี่ยวข้องกับการบริหารทั้งบุคลากรและกระบวนการให้บริการ ไม่ใช่เฉพาะการทำงานของเจ้าหน้าที่หน้าไซต์เท่านั้น
บริษัทมี ISO 9001 แปลว่าบริการจะไม่มีปัญหาเลยหรือไม่?
ไม่ใช่ ISO 9001 เป็นมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพ ไม่ใช่การรับประกันว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด สิ่งสำคัญคือบริษัทต้องมีวิธีตรวจสอบปัญหา แก้ไขสาเหตุ และนำข้อมูลกลับไปใช้พัฒนากระบวนการทำงาน
เลือกบริษัท รปภ. ที่มี ISO 9001 อย่างเดียวเพียงพอหรือไม่?
ไม่ควรใช้ ISO 9001 เป็นเกณฑ์เดียว ควรดูการฝึกอบรมพนักงาน ระบบตรวจหน่วย การบริหารกำลังพล การตอบสนองเมื่อเกิดเหตุ เทคโนโลยีที่ใช้ติดตามการทำงาน รวมถึงตรวจสอบขอบเขตและสถานะของใบรับรองก่อนตัดสินใจ
ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001 จำเป็นต้องมีครบทั้ง 3 มาตรฐานหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและความเสี่ยงของแต่ละองค์กร ISO 9001 เน้นคุณภาพ ISO 14001 เน้นสิ่งแวดล้อม และ ISO 45001 เน้นอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การมีระบบครอบคลุมทั้ง 3 ด้านจึงช่วยให้องค์กรผู้ว่าจ้างประเมินผู้ให้บริการได้หลายมิติมากขึ้น แต่ยังต้องพิจารณาความสามารถในการปฏิบัติงานจริงควบคู่กันเสมอ
มาตรฐานที่ดีต้องเห็นได้จากการทำงานจริง
การเลือกบริษัท รปภ. ที่เหมาะสมจึงควรดูทั้งมาตรฐาน ISO คุณภาพเจ้าหน้าที่ ระบบตรวจสอบงาน และความสามารถในการบริหารหน้างาน โดย Butler Thai หรือ บริษัท รักษาความปลอดภัย บัตเลอร์ เซอร์วิสเซส จำกัด ระบุว่าได้รับการรับรอง ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001 พร้อมให้บริการรักษาความปลอดภัยและบริการดูแลอาคารหลายประเภท องค์กรที่กำลังมองหาทีมsecurity guard สามารถพิจารณาบริการรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ควบคู่กับบริการพนักงานทำความสะอาด ทำความสะอาดอาคารสูง พ่นฆ่าเชื้อ อบโอโซน และกำจัดปลวก สำหรับอาคารสำนักงาน โรงงาน คอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า และสถานประกอบการประเภทต่าง ๆ โดย Butler Services มีทีมงานที่ผ่านการอบรมและมีระบบบริหารจัดการเพื่อช่วยดูแลการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ
ติดต่อเราเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สาขากรุงเทพฯ
ฝ่ายขาย: 082-969-5159 , 082-969-5929 , 090-994-9042
ฝ่ายบุคคล: 02-115-0564
ฝ่ายปฎิบัติการ (รับแจ้งเหตุ): 090-995-4215 , 090-980-6165
สาขาชลบุรี
ฝ่ายขาย: 082-969-5916 , 082-969-9462
Facebook: thebutlerthai
LineOA: @butlerthai
Email: butler@butlerthai.com

